|
หลักสูตรอนุบาล สามารถสอบเข้า ป.1 ที่อื่นได้หรือไม่
สำหรับหลักสูตรอนุบาลของโรงเรียนอนันตานั้น ถ้าจะไปสอบเข้าโรงเรียนเตรียมความพร้อม จะสอบเข้าได้ ถ้าสอบด้านความรู้ ความจำอาจจะมีบางส่วนผ่านบางส่วนไม่ผ่าน เพราะโรงเรียนอนันตา สอนในลักษณะของการเตรียมความพร้อม เพราะในช่วยพัฒนาการของเด็กอนุบาลนี้มีความเปลี่ยนแปลง ทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญาที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ซึ่งโรงเรียนอนันตาไม่ได้สอนเด็กให้เตรียมสอบ แต่เตรียม ความพร้อมมากกว่า
|
ขอขยายความเรื่องเด็กเพิ่มเติมค่ะ
เด็กในช่วง อายุ 0-3 ปี ดร. มาเรีย มอนเทสซอรี่ เรียกเด็กช่วงนี้ว่า ตัวอ่อนทางจิตวิญญาณ เด็กมีศักยภาพอย่างมหาศาลในเด็กวัยนี้ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายใน สิ่งแวดล้อมความสำคัญมีความสำคัญที่จะส่งเสริมให้เด็กมีศักยภาพมั่นคง ปลอดภัย อันได้แก่ตัวบุคคลที่อยู่รอบข้าง ของเด็ก กิจวัตรประจำวันต่างๆ รวมทั้ง ความมีระบบระเบียบจะมีส่วนช่วยเด็กสร้าง ความไว้วางใจผู้อื่น เด็กวัยนี้สามารถซึมซับสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวได้โดยไม่เลือก ดังนั้น จึงควรที่จะให้เด็กใช้ประสาทสัมผัสทุกเรื่อง และควรอยู่ร่วมกับสังคมของผู้ใหญ่ ไม่ควรแยกเด็กไว้ต่างหาก
|
|
เด็กในช่วงอายุ 3-6ปี สิ่งที่เด็กในวัยนี้ต้องการ คือการพึ่งพาตนเองซึ่งจะขึ้นอยู่กับโอกาส ที่ผู้ใหญ่จะเปิดโอกาสให้เด็กวัยนี้ เด็กต้องการเคลื่อนไหวและใช้มือมาก เพราะจะทำให้มีโอกาสปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม สิ่งที่ผู้ใหญ่จะสนับสนุนคือการจัดกิจกรรมส่งเสริมให้เด็ก ได้มีการสำรวจสิ่งแวดล้อมรอบตัวอย่างปลอดภัย และจดจ่อกับกิจกรรมโดยไม่ถูกรบกวน และสามารถปฏิบัติกิจกรรมซ้ำได้ เพื่อสนองจิตวิทยาความเป็นมนุษย์ เช่น เด็กบางคนอาจจะใส่รองเท้า 4 ครั้ง ถ้าผู้ใหญ่เปิดโอกาสให้เขา เขาจะเกิดความภาคภูมิใจ เด็กวัยนี้จะสนใจความเป็นตัวตนของตนเอง สนใจสังคม เช่นการเล่นกับเพื่อน ความสนใจ ที่จะไปโรงเรียน และ การริเริ่มกิจกรรมด้วยตนเอง แต่ต้องพึ่งพาเพื่อนเด็กรอบๆ ข้าง จะอยู่ลำพังไม่ได้ ถ้าอายุ 6 ขวบ จะมีความพร้อมที่จะพึ่งตนเอง ธรรมชาติมีความปราณีต่อเด็กวัยนี้ สภาพจิตในช่วงนี้ พิเศษมากเราเรียกคุณลักษณะนี้ว่า จิตซึมซับ เด็กจะซึมซับทุกอย่างโดยไม่แยกแยะ และยังมีคุณลักษณะใช้ประสาทรับรู้ต่างๆ ดร. มาเรีย มอนเทสซอรี่ เรียกว่า ช่วงเรียนรู้ไว ซึ่งเด็กจะมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมรอบตัว
|
|
 |
บทบาทของผู้ใหญ่ควรเป็นตัวอย่างลักษณะทางบวกสำหรับเด็ก สิ่งที่ผู้ใหญ่จะช่วยเด็กได้ คือการสร้างสิ่งแวดล้อมให้กับเด็ก ตัวอย่างเช่น ผู้ใหญ่เป็นคนสวน เด็กเป็นพืชทุกๆ ชนิด เราใส่ปุ๋ยได้ แต่เราโตแทนตันไม้ไม่ได้ ต้นไม้ต้องการน้ำและแสงแดด เราจึงจำเป็น ต้องเข้าใจพัฒนาการของเด็ก ที่มีจิตซึมซับการเรียนรู้ไวในความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เมื่อโรงเรียนมีการสอนแบบเตรียม ความพร้อม ด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญาผ่านกระบวนการปฏิสัมพันธ์กับอุปกรณ์ และประสาทสัมผัสหลายๆ ส่วน การเตรียมความพร้อมทางด้านกล้ามเนื้อมัดเล็ก (มือ) เพื่อเตรียมความพร้อมในการเขียน และกล้ามเนื้อมัดใหญ่ (ลำตัว แขน ขา) ในการเคลื่อนไหว ผ่านกระบวนการเรียนรู้ในสภาพจริงผ่าน โครงงาน การทดลอง ซึ่งเด็กจะค้นพบ และเห็นความเปลี่ยนแปลงด้วยตนเอง เด็กจะเก็บสิ่งที่เห็นลงในจิตใต้สำนึก เสมือนการถ่ายภาพเก็บไว้ ซึ่งจำได้คงทนกว่าการจำที่ถูกบังคับและการเขียนที่ถูกเร่ง เมื่อกล้ามเนื้อมือยังไม่แข็งแรง
|
|
การสอบเข้า ป.1 ดังกล่าว เป็นการสอบด้วยการคิดวิเคราะห์ การแสดงความคิดเห็น มิใช่สอบด้วยความจำหรือท่องจำ วันนี้เราอาจสู้ไม่ได้แต่ไม่ได้เป็นเครื่องแสดงว่าเมื่อเติบโตพร้อมแล้วตามวัย ความสามารถจะแตกต่างกัน วิธีการเรียนรู้ที่โรงเรียนนี้ เด็กจะเติบโต เป็นผู้ใหญ่ที่มีภูมิรู้ (ภูมิปัญญา IQ รู้จักการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง) และภูมิธรรม (คุณธรรมจริยธรรม EQ ความฉลาดทางอารมณ์) และสามารถดำรงตนอยู่ในสังคมได้อย่างรู้เท่าทัน ความเปลี่ยนแปลง แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ มีความมั่นใจในตนเอง มีระเบียบวินัย การสอบเข้า ป.1 ถ้าเป็นโรงเรียนที่รู้ว่า การศึกษาคืออะไร โรงเรียนเหล่านี้ จะไม่มีวัน สอบเด็กเป็นอันขาด แต่โรงเรียนที่จะประกาศตนเองว่าโรงเรียนฉันมีเด็กมาแย่งกันเข้าเรียน ต้องคัคเลือกด้วยการสอบ และประกาศศักดาว่าโรงเรียนฉันเหนือกว่าโรงเรียนอื่น ถ้าผู้บริหารโรงเรียนเป็นแบบนี้ และมีโรงเรียนแบบนี้มากๆ ก็สมควรแล้วที่ประเทศเราถึงล้าหลัง เรื่องการศึกษา พ่อแม่หลายคนก็ตกเป็นเหยื่อของโรงเรียนเหล่านี้มากมาย และยังมีความภาคภูมิใจว่าลูกฉันสอบเข้าโรงเรียนนี้ได้ พ่อแม่ดีใจ แต่ทุกข์กำลังเกิดขึ้นกับ ผู้เรียนเสียตั้งแต่วัยเยาว์เสียแล้ว ..........
|
|

|